แหล่งความรู้เพื่อการศึกษาเท่านั้น: ผลการศึกษาของสารสกัดมาตรฐานชนิดหนึ่งไม่สามารถนำไปสรุปเหมารวมแทนผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในท้องตลาดได้

นโยบายความโปร่งใส →

Tongkat Ali และ Cordyceps: สมุนไพรเอเชียและการประเมินหลักฐาน

เจาะลึกข้อมูลแยกส่วนสำหรับ Tongkat Ali (ปลาไหลเผือก) และ Cordyceps (ถั่งเช่า) ตั้งแต่ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ การใช้แบบดั้งเดิม สิ่งที่งานวิจัยศึกษา ไปจนถึงข้อจำกัดของหลักฐานและข้อควรระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์

ส่วนแยกที่ 1 • พืชสมุนไพรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Tongkat Ali (ปลาไหลเผือก / Eurycoma longifolia)

1.1 ชื่อและลักษณะทั่วไป

Tongkat Ali (ตงกัต อาลี) หรือที่ในประเทศไทยเรียกว่า ปลาไหลเผือก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eurycoma longifolia Jack จัดอยู่ในวงศ์ Simaroubaceae เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่พบตามป่าดิบชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ส่วนที่นำมาใช้คือ “ราก” ซึ่งมีรสขมจัดเนื่องจากมีกลุ่มสารพฤกษเคมีธรรมชาติที่เรียกว่า Quassinoids

1.2 การใช้แบบดั้งเดิม

ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมนำรากแห้งมาต้มกับน้ำดื่มในปริมาณน้อยเพื่อดูแลอาการอ่อนเพลียหลังฟื้นไข้ หรือใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรรสขมสำหรับผู้ที่ทำงานหนักกลางแจ้ง

1.3 สิ่งที่งานวิจัยกำลังศึกษา

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มุ่งเน้นไปที่สารสกัดน้ำมาตรฐานจากราก Eurycoma longifolia ที่มีสารสำคัญ เช่น Eurycomanone และกลุ่มไกลโคเปปไทด์ โดยประเด็นที่กำลังศึกษา ได้แก่:

  • การตอบสนองของฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และความรู้สึกตึงเครียดในอาสาสมัครที่มีความเครียดจากการทำงาน
  • กลไกทางชีวเคมีที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนตัวพาฮอร์โมนในเลือดในกลุ่มตัวอย่างขนาดจำกัด

1.4 ข้อจำกัดของหลักฐาน

งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้สารสกัดที่ผ่านกระบวนการสกัดเฉพาะและควบคุมมาตรฐานสารสำคัญในห้องปฏิบัติการ จึงห้ามนำผลการศึกษาของสารสกัดชนิดหนึ่งไปสรุปแทนผลิตภัณฑ์รากบดผงหรือสารสกัดทั่วไปทุกชนิด และไม่มีหลักฐานใดที่รับประกันว่าจะสามารถเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพในผู้บริโภคทุกคนได้

1.5 ข้อควรระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์ Tongkat Ali

  • รากพืชที่เก็บเกี่ยวจากแหล่งธรรมชาติที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจมีความเสี่ยงในการสะสมโลหะหนัก (เช่น ตะกั่ว หรือปรอท) จากดิน
  • ผู้ที่มีโรคตับ โรคไต โรคหัวใจ มะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน หรือโรคต่อมลูกหมาก ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ส่วนแยกที่ 2 • เห็ดราสมุนไพรเอเชีย

Cordyceps (ถั่งเช่า / Cordyceps sinensis & Cordyceps militaris)

2.1 ชื่อและลักษณะทั่วไป

Cordyceps (ถั่งเช่า) เป็นกลุ่มเห็ดราที่มีประวัติการใช้อย่างยาวนานในเอเชียตะวันออก ในอดีตหมายถึง Ophiocordyceps sinensis ที่เจริญเติบโตในแถบที่ราบสูงทิเบต แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกือบทั้งหมดในท้องตลาดใช้สายพันธุ์เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เช่น ถั่งเช่าสีทอง (Cordyceps militaris) หรือเส้นใยเห็ดเพาะเลี้ยง (Mycelium CS-4)

2.2 การใช้แบบดั้งเดิม

ในตำรับสมุนไพรจีนและทิเบตโบราณ ถั่งเช่าถูกจัดเป็นวัตถุดิบสำหรับต้มซุปบำรุงร่างกายในช่วงฤดูหนาว สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูกำลังหลังอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง

2.3 สิ่งที่งานวิจัยกำลังศึกษา

นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจสารนิวคลีโอไซด์ตามธรรมชาติในถั่งเช่า เช่น Cordycepin และ Adenosine รวมถึงกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) โดยมีหัวข้อที่ศึกษา ได้แก่:

  • กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและการสร้างพลังงานระดับเซลล์ (ATP) ในระหว่างการออกกำลังกายแบบแอโรบิก
  • การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์ทดลอง

2.4 ข้อจำกัดของหลักฐาน

ผลการศึกษาด้านความทนทานทางการกีฬาในมนุษย์ยังมีความหลากหลาย บางการศึกษารายงานผลเชิงบวกเล็กน้อยในผู้ที่ไม่ได้ฝึกซ้อมกีฬาเป็นประจำ ในขณะที่งานวิจัยในนักกีฬาอาชีพไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ยืนยันว่าถั่งเช่าสามารถเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในมนุษย์ได้

2.5 ข้อควรระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์ Cordyceps

  • ปฏิกิริยากับยา: ถั่งเช่าอาจส่งผลต่อการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกร็ดเลือด ยาลดน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน) หรือผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยง
  • การทำงานของไต: ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรังไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้มข้นโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล

ส่วนที่ 3: ทำไมจึงห้ามเหมารวมผลวิจัยข้ามผลิตภัณฑ์

หลักการอ่านข้อมูลวิทยาศาสตร์อย่างเท่าทัน

ในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มักพบการนำแนวคิดจากงานวิจัยของสารสกัดชนิดหนึ่งไปอ้างอิงกับผลิตภัณฑ์คนละสูตร ในทางวิทยาศาสตร์ สารสกัดที่มีวิธีการสกัดต่างกัน ตัวทำละลายต่างกัน หรือใช้ส่วนของพืชคนละส่วน ย่อมมีปริมาณสารออกฤทธิ์และความปลอดภัยไม่เหมือนกัน เราจึงไม่สร้างข้อมูลการทดลองหรือแหล่งอ้างอิงเทียม และขอแนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาเฉพาะข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริงจากฉลากเท่านั้น

ส่วนที่ 4: สรุปแนวทางตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

  1. ตรวจสอบว่าฉลากระบุชื่อวิทยาศาสตร์และส่วนของสมุนไพรที่ใช้ (เช่น ราก เหง้า หรือดอกเห็ดเพาะเลี้ยง) อย่างชัดเจนหรือไม่
  2. ตรวจสอบคำเตือนสำหรับผู้มีโรคประจำตัวและผู้ที่ใช้ยาประจำ
  3. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาอวดอ้างว่ารักษาโรคฮอร์โมนต่ำ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศอย่างแน่นอน หรือใช้ภาพเปรียบเทียบก่อน-หลังที่เกินจริง